Growth Plate คือแผ่นกระดูกอ่อนที่ปลายกระดูกยาว ซึ่งกำหนดทิศทางการเจริญเติบโตของโครงกระดูกทั้งร่างกาย เซลล์ที่เรียกว่า osteoblast ทำหน้าที่สร้างเนื้อกระดูกใหม่ โดยรับสัญญาณจาก GH (ฮอร์โมนการเจริญเติบโต) ผ่านตัวกลางที่ชื่อว่า IGF-1
ในช่วง วัยแรกรุ่น ระบบนี้ทำงานในอัตราสูงที่สุดตลอดช่วงชีวิต แคลเซียม วิตามิน D3 และโปรตีนคือสารอาหารหลักที่ osteoblast ต้องการเพื่อสร้างกระดูกใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ GH ซึ่งหลั่งสูงสุดในช่วงนอนหลับลึกขับเคลื่อนการแบ่งตัวของ chondrocyte ใน Growth Plate
ช่วงอายุ 13 ปี 16 ปี และ 18 ปี มีสถานะ Growth Plate ที่แตกต่างกัน และมีความต้องการโภชนาการที่ไม่เหมือนกัน การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ช่วยให้ผู้ปกครองและวัยรุ่นวางแผนโภชนาการได้ตรงกับสภาพกระดูกจริงในแต่ละช่วงอายุ
การเจริญเติบโตของกระดูกทำงานอย่างไร – Growth Plate GH และ Peak Bone Mass
กระดูกวัยรุ่นเจริญเติบโตผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Endochondral Ossification ซึ่งเริ่มต้นที่ Growth Plate บริเวณปลายกระดูกยาวทุกส่วนในร่างกาย กระบวนการนี้ขับเคลื่อนด้วยสัญญาณฮอร์โมนและสารอาหารที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน
วงจรหลักของการเจริญเติบโตกระดูกดำเนินตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้:
- GH หลั่งจากต่อมใต้สมอง โดยหลั่งปริมาณมากที่สุดในช่วง 22:00-02:00 น. ระหว่างการนอนหลับลึก
- GH กระตุ้นตับให้สร้าง IGF-1 ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวกลางที่ส่งสัญญาณไปยัง Growth Plate โดยตรง
- IGF-1 กระตุ้น chondrocyte ใน Growth Plate ให้แบ่งตัว – กระดูกจึงยาวออก
- osteoblast เข้ามาแทนที่กระดูกอ่อนด้วยเนื้อกระดูกที่มีแคลเซียม – กระดูกแข็งแรงและหนาแน่นขึ้น
Peak Bone Mass คือปริมาณมวลกระดูกสูงสุดที่ร่างกายสะสมได้ในชีวิต โดยทั่วไปถึงจุดสูงสุดราวอายุ 25-30 ปี การวิจัยด้านสุขภาพกระดูกระบุว่า ประมาณ 90% ของ Peak Bone Mass สะสมก่อนอายุ 18 ปี ดังนั้นช่วงวัยรุ่นจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการสร้างฐานกระดูกที่แข็งแรง
Growth Plate แต่ละแห่งในร่างกายปิดตัวในเวลาที่ต่างกัน กระดูกปลายมือและข้อมือปิดก่อน ขณะที่กระดูกสะโพกและกระดูกสันหลังปิดทีหลัง ความแตกต่างนี้ทำให้อายุ 13 ปี 16 ปี และ 18 ปี มีนัยทางชีววิทยากระดูกที่ไม่เหมือนกัน

อายุ 13 ปี – ช่วงที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
เมื่ออายุ 13 ปี คุณอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ประสบ ในช่วงเวลานี้ แผ่นเจริญเติบโตในกระดูกยาวทุกส่วนกำลังขยายตัว และเซลล์สร้างกระดูก (osteoblasts) ทำงานในอัตราสูงสุด
วัยแรกรุ่นกระตุ้นให้ GH หลั่งในปริมาณสูง ควบคู่กับฮอร์โมนเพศที่เพิ่งเริ่มทำงาน ส่งผลให้ osteoblast ตอบสนองต่อ IGF-1 ได้มากขึ้น กระดูกจึงยาวออกในอัตราที่รวดเร็วในช่วงอายุ 12-15 ปี สภาพ Growth Plate ในวัยนี้เรียกได้ว่าเป็น “ช่วงทอง” ที่ Growth Plate เปิดเต็มที่ และ osteoblast พร้อมรับสัญญาณ IGF-1 อย่างเต็มประสิทธิภาพ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2563) กำหนดปริมาณสารอาหารอ้างอิง (DRI) สำหรับวัยรุ่นตอนต้นไว้ดังนี้:
| สารอาหาร | บทบาทต่อ Growth Plate | ปริมาณแนะนำต่อวัน |
|---|---|---|
| แคลเซียม | วัตถุดิบหลักของเนื้อกระดูกใหม่ | 1,000 มก. |
| โปรตีน | สร้าง Collagen Type 1 – โครงสร้างของเนื้อกระดูก | 46-52 ก. |
| วิตามิน D3 | ควบคุมการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ | 600 IU |
| สังกะสี (Zinc) | กระตุ้นการแบ่งตัวของ chondrocyte ใน Growth Plate | 9-11 มก. |
การนอนหลับคือตัวแปรที่ส่งผลโดยตรงต่อ GH มากที่สุด เพราะ ต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมน GH ออกมามากที่สุดในช่วงหลับลึก ซึ่งมักเกิดขึ้นในไม่กี่รอบแรกของการนอนหลับตอนกลางคืน ดังนั้น การเข้านอนก่อน 22.00 น. จะช่วยให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะหลับลึกได้ง่ายขึ้นในช่วง “ชั่วโมงทอง” (ตั้งแต่ 22.00 น. ถึง 02.00 น.) ซึ่งจะช่วยปรับวงจร GH-IGF-1 ให้เหมาะสมที่สุด
เกณฑ์น้ำหนักและส่วนสูงตามวัย WHO ช่วยให้ผู้ปกครองติดตามพัฒนาการกระดูกของบุตรหลานเทียบกับค่ามาตรฐานสากลได้
อายุ 16 ปี – Growth Plate สถานะต่างกันตามเพศ
Growth Plate ของวัยรุ่นอายุ 16 ปี มีสถานะแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างเพศหญิงและเพศชาย ความแตกต่างนี้ส่งผลโดยตรงต่อลักษณะการพัฒนากระดูกในแต่ละเพศ
เพศหญิงอายุ 16 ปี: Growth Plate ในกระดูกยาวส่วนใหญ่ปิดตัวแล้วหรืออยู่ในระยะปิดตัว โดยเฉพาะกระดูกข้อมือ ปลายมือ และกระดูกขา กระบวนการนี้เกิดขึ้นเร็วกว่าเพศชายประมาณ 1-2 ปี เนื่องจากระดับเอสโตรเจนที่สูงกว่าเร่งการปิดตัวของ Growth Plate
เพศชายอายุ 16 ปี: Growth Plate ในกระดูกยาวส่วนใหญ่ยังคงเปิดอยู่ โดยเฉพาะบริเวณกระดูกต้นแขน กระดูกต้นขา และกระดูกสันหลัง ตาม Greulich-Pyle Atlas ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมิน Bone Age ที่ใช้ในวงการแพทย์ทั่วโลก Growth Plate ของเพศชายมักปิดสมบูรณ์เมื่ออายุ 17-18 ปี
ทั้งสองเพศในวัยนี้มีจุดร่วมสำคัญ: osteoblast ยังทำงานต่อเนื่องในการสะสมความหนาแน่นของกระดูก แม้ความยาวกระดูกจะใกล้ถึงจุดสูงสุดในเพศหญิง เป้าหมายของโภชนาการในวัยนี้จึงเริ่มเปลี่ยนจากการสนับสนุนการสร้างความยาวกระดูก มาเน้นการสะสมความหนาแน่นกระดูกแทน
การประเมิน Bone Age ด้วย X-ray ข้อมือและมือตาม Greulich-Pyle Atlas ช่วยระบุว่า Growth Plate ของวัยรุ่นแต่ละคนอยู่ในระยะใด ซึ่งเป็นข้อมูลที่แพทย์ใช้ประกอบการวางแผนดูแลโภชนาการของวัยรุ่นอายุ 16 ปี
แคลเซียมและการเจริญเติบโตของกระดูก ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของแคลเซียมในแต่ละระยะของการพัฒนากระดูก
อายุ 18 ปี – กระดูกยังสะสม Peak Bone Mass ได้แม้ Growth Plate ปิด
เมื่ออายุ 18 ปี Growth Plate ในกระดูกยาวส่วนใหญ่ปิดตัวสมบูรณ์ในทั้งสองเพศ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากระดูกหยุดพัฒนา กระบวนการสะสม Peak Bone Mass ยังดำเนินต่อไปจนถึงอายุ 25-30 ปี
กระดูกมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 3 ประการหลัง Growth Plate ปิดตัว:
- Growth Plate ปิดตัว → กระดูกยาวหยุดสร้างความยาวใหม่
- osteoblast ยังทำงานต่อเนื่อง → กระดูกสะสมความหนาแน่นได้อีก
- Peak Bone Mass ที่สะสมได้ในวัยนี้ → เป็นฐานของสุขภาพกระดูกตลอดชีวิต
ในวัย 18 ปี ระบบ Calcium-D3-K2 มีความสำคัญอย่างยิ่ง วิตามิน K2 ในรูป MK-7 ทำหน้าที่นำแคลเซียมเข้าสู่เนื้อกระดูกแทนที่จะให้แคลเซียมตกตะกอนในหลอดเลือด K2 รูป MK-7 มีค่าครึ่งชีวิตในร่างกายนานกว่า K1 และ MK-4 จึงเหมาะสมกว่าสำหรับการสนับสนุนการสะสมมวลกระดูกระยะยาว
สิ่งที่วัยรุ่นอายุ 18 ปีมักเข้าใจผิด: การขาดโภชนาการที่จำเป็นในช่วงนี้ทำให้ Peak Bone Mass ต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนในระยะยาว
ช่วงเวลาทองพัฒนาการกระดูก อธิบายรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของระบบฮอร์โมนและ Growth Plate ในแต่ละช่วงวัย
สรุปจุดสำคัญ: กระดูกวัยรุ่นพัฒนาใน 3 ระยะที่ชัดเจนตามอายุ – ที่ 13 ปี Growth Plate เปิดเต็มที่พร้อม Growth Spurt, ที่ 16 ปี Growth Plate ปิดแล้วในเพศหญิงแต่ยังเปิดในเพศชาย, ที่ 18 ปี Growth Plate ปิดทั้งสองเพศแต่การสะสม Peak Bone Mass ยังดำเนินต่อได้ โภชนาการที่ถูกต้องในแต่ละช่วงคือกุญแจสำคัญของการพัฒนากระดูกตามศักยภาพ

โภชนาการสำหรับวัยรุ่น 13-18 ปี – สิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกช่วงอายุ
โภชนาการในช่วงอายุ 13-18 ปีส่งผลโดยตรงต่อทั้ง Growth Plate และ Peak Bone Mass สารอาหาร 5 กลุ่มหลักทำงานร่วมกันเป็นระบบที่ขาดองค์ประกอบใดไม่ได้
สารอาหารที่กระดูกวัยรุ่นต้องการในทุกช่วงอายุ 13-18 ปีมีดังต่อไปนี้:
| สารอาหาร | บทบาทต่อกระดูกและ Growth Plate | แหล่งอาหาร |
|---|---|---|
| แคลเซียม 1,000 มก./วัน | วัตถุดิบโครงสร้างกระดูก – osteoblast ใช้แคลเซียมสร้างเนื้อกระดูกใหม่ | นมวัว โยเกิร์ต ผักใบเขียวเข้ม เต้าหู้แข็ง ปลาเล็กปลาน้อยรวมก้าง |
| วิตามิน D3 | ควบคุมการดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้ – ขาด D3 ทำให้แคลเซียมที่กินไม่ถูกนำไปใช้ | แสงแดดยามเช้า ปลาแซลมอน ไข่แดง นมเสริม D3 |
| วิตามิน K2 MK-7 | นำแคลเซียมเข้ากระดูก ป้องกันการสะสมในหลอดเลือด – สำคัญโดยเฉพาะเมื่ออายุ 16-18 ปี | นัตโตะ ชีสบางชนิด อาหารเสริมที่มี MK-7 |
| โปรตีน | สร้าง Collagen Type 1 – โครงตาข่ายที่แคลเซียมยึดเกาะในเนื้อกระดูก | ไข่ เนื้อไก่ ปลา นม ถั่ว |
| สังกะสี (Zinc) | กระตุ้นการแบ่งตัวของ chondrocyte ใน Growth Plate – สำคัญโดยเฉพาะเมื่อ Growth Plate ยังเปิดอยู่ | เนื้อแดง เมล็ดฟักทอง ถั่วเลนทิล |
ระบบ Calcium-D3-K2 คือวงจรสำคัญที่สุด D3 ช่วยดูดซึมแคลเซียม K2 นำทางแคลเซียมไปยังกระดูก และแคลเซียมเป็นวัตถุดิบที่ osteoblast ใช้สร้างกระดูก ขาดตัวใดตัวหนึ่ง วงจรทั้งระบบทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ
ความต้องการโภชนาการมีความแตกต่างตามสถานะ Growth Plate ในแต่ละช่วงอายุดังนี้:
- อายุ 13 ปี: ต้องการแคลเซียม โปรตีน และสังกะสีปริมาณสูง Growth Plate กำลังสร้างกระดูกใหม่รวดเร็ว ความต้องการสารอาหารต่อน้ำหนักตัวอยู่ในระดับสูงที่สุดในชีวิต
- อายุ 16 ปี: รักษาสมดุล Ca-D3-K2 ต่อเนื่อง แม้ Growth Plate เริ่มปิดในเพศหญิง การสะสมความหนาแน่นกระดูกยังดำเนินอยู่ในทั้งสองเพศ
- อายุ 18 ปี: เพิ่มความสำคัญของ K2 เพราะ Growth Plate ปิดแล้ว เป้าหมายเปลี่ยนจากการสร้างความยาวกระดูก มาเป็นการสะสม Peak Bone Mass สูงสุด
การออกกำลังกายแบบ weight-bearing เช่น บาสเกตบอล วิ่ง กระโดดเชือก กระตุ้น osteoblast ให้สะสมแร่ธาตุเข้ากระดูกมากขึ้นในทุกช่วงอายุ แนะนำอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน 5-6 วันต่อสัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย
อายุ 13 ปีกับ 16 ปีต้องการโภชนาการต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองช่วงอายุต้องการแคลเซียม 1,000 มก./วัน เท่ากันตาม DRI 2563 ของกรมอนามัย อายุ 13 ปีต้องการโปรตีนและสังกะสีปริมาณสูงกว่า เพราะ Growth Plate กำลังสร้างกระดูกยาวใหม่ในอัตราเร็วที่สุด ขณะที่อายุ 16 ปีควรเน้นวิตามิน K2 และแมกนีเซียมมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการสะสมความหนาแน่นกระดูกซึ่งกลายเป็นเป้าหมายหลักแทนการสร้างความยาวกระดูก
การนอนหลับส่งผลต่อ GH อย่างไร?
GH หลั่งปริมาณมากที่สุดในช่วง 22:00-02:00 น. ระหว่างการนอนหลับระยะ slow-wave sleep การนอนดึกหรือนอนไม่หลับในช่วงนี้ทำให้ปริมาณ GH ที่ส่งสัญญาณไปยัง Growth Plate ลดลง วัยรุ่นที่นอนหลับน้อยมีระดับ IGF-1 ในเลือดต่ำกว่าวัยรุ่นที่นอนครบ 8-10 ชั่วโมงอย่างสม่ำเสมอ
เด็กควรเสริมสารอาหารอย่างไรในช่วงวัยรุ่น?
เด็กควรเสริมอาหารด้วยอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น นม ชีส โยเกิร์ต อาหารทะเล ผักใบเขียวเข้ม (เช่น บรอกโคลี ใบผักกาด ผักโขม) และถั่วและผลไม้ เช่น อัลมอนด์และส้ม การเสริมอาหารเหล่านี้ช่วยส่งเสริมการพัฒนาของกระดูกและการเจริญเติบโตของความสูงอย่างเหมาะสม
Peak Bone Mass คืออะไรและสำคัญอย่างไร?
Peak Bone Mass คือปริมาณมวลกระดูกสูงสุดที่ร่างกายสะสมได้ในชีวิต โดยถึงจุดสูงสุดราวอายุ 25-30 ปี กระดูกที่สะสมมวลได้มากในช่วงอายุ 13-18 ปีเป็นรากฐานของสุขภาพกระดูกตลอดชีวิต ผู้ที่มี Peak Bone Mass ต่ำในวัยนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าต่อการแตกหักง่ายและโรคกระดูกพรุนในระยะยาว การวางแผนโภชนาการในวัยรุ่นจึงเป็นการลงทุนในสุขภาพกระดูกที่มีผลระยะยาวถึงวัยผู้ใหญ่
สรุปจุดสำคัญ: กระดูกวัยรุ่นพัฒนาใน 3 ระยะที่ชัดเจนตามอายุ – ที่ 13 ปี Growth Plate เปิดเต็มที่พร้อม Growth Spurt, ที่ 16 ปี Growth Plate ปิดแล้วในเพศหญิงแต่ยังเปิดในเพศชาย, ที่ 18 ปี Growth Plate ปิดทั้งสองเพศแต่การสะสม Peak Bone Mass ยังดำเนินต่อได้ โภชนาการที่ถูกต้องในแต่ละช่วงคือกุญแจสำคัญของการพัฒนากระดูกตามศักยภาพ
โภชนาการสำหรับวัยรุ่น 13-18 ปี – สิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกช่วงอายุ
โภชนาการในช่วงอายุ 13-18 ปีส่งผลโดยตรงต่อทั้ง Growth Plate และ Peak Bone Mass สารอาหาร 5 กลุ่มหลักทำงานร่วมกันเป็นระบบที่ขาดองค์ประกอบใดไม่ได้
สารอาหารที่กระดูกวัยรุ่นต้องการในทุกช่วงอายุ 13-18 ปีมีดังต่อไปนี้:
| สารอาหาร | บทบาทต่อกระดูกและ Growth Plate | แหล่งอาหาร |
|---|---|---|
| แคลเซียม 1,000 มก./วัน | วัตถุดิบโครงสร้างกระดูก – osteoblast ใช้แคลเซียมสร้างเนื้อกระดูกใหม่ | นมวัว โยเกิร์ต ผักใบเขียวเข้ม เต้าหู้แข็ง ปลาเล็กปลาน้อยรวมก้าง |
| วิตามิน D3 | ควบคุมการดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้ – ขาด D3 ทำให้แคลเซียมที่กินไม่ถูกนำไปใช้ | แสงแดดยามเช้า ปลาแซลมอน ไข่แดง นมเสริม D3 |
| วิตามิน K2 MK-7 | นำแคลเซียมเข้ากระดูก ป้องกันการสะสมในหลอดเลือด – สำคัญโดยเฉพาะเมื่ออายุ 16-18 ปี | นัตโตะ ชีสบางชนิด อาหารเสริมที่มี MK-7 |
| โปรตีน | สร้าง Collagen Type 1 – โครงตาข่ายที่แคลเซียมยึดเกาะในเนื้อกระดูก | ไข่ เนื้อไก่ ปลา นม ถั่ว |
| สังกะสี (Zinc) | กระตุ้นการแบ่งตัวของ chondrocyte ใน Growth Plate – สำคัญโดยเฉพาะเมื่อ Growth Plate ยังเปิดอยู่ | เนื้อแดง เมล็ดฟักทอง ถั่วเลนทิล |
ระบบ Calcium-D3-K2 คือวงจรสำคัญที่สุด D3 ช่วยดูดซึมแคลเซียม K2 นำทางแคลเซียมไปยังกระดูก และแคลเซียมเป็นวัตถุดิบที่ osteoblast ใช้สร้างกระดูก ขาดตัวใดตัวหนึ่ง วงจรทั้งระบบทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ
ความต้องการโภชนาการมีความแตกต่างตามสถานะ Growth Plate ในแต่ละช่วงอายุดังนี้:
- อายุ 13 ปี: ต้องการแคลเซียม โปรตีน และสังกะสีปริมาณสูง Growth Plate กำลังสร้างกระดูกใหม่รวดเร็ว ความต้องการสารอาหารต่อน้ำหนักตัวอยู่ในระดับสูงที่สุดในชีวิต
- อายุ 16 ปี: รักษาสมดุล Ca-D3-K2 ต่อเนื่อง แม้ Growth Plate เริ่มปิดในเพศหญิง การสะสมความหนาแน่นกระดูกยังดำเนินอยู่ในทั้งสองเพศ
- อายุ 18 ปี: เพิ่มความสำคัญของ K2 เพราะ Growth Plate ปิดแล้ว เป้าหมายเปลี่ยนจากการสร้างความยาวกระดูก มาเป็นการสะสม Peak Bone Mass สูงสุด
การออกกำลังกายแบบ weight-bearing เช่น บาสเกตบอล วิ่ง กระโดดเชือก กระตุ้น osteoblast ให้สะสมแร่ธาตุเข้ากระดูกมากขึ้นในทุกช่วงอายุ แนะนำอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน 5-6 วันต่อสัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย
อายุ 13 ปีกับ 16 ปีต้องการโภชนาการต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองช่วงอายุต้องการแคลเซียม 1,000 มก./วัน เท่ากันตาม DRI 2563 ของกรมอนามัย อายุ 13 ปีต้องการโปรตีนและสังกะสีปริมาณสูงกว่า เพราะ Growth Plate กำลังสร้างกระดูกยาวใหม่ในอัตราเร็วที่สุด ขณะที่อายุ 16 ปีควรเน้นวิตามิน K2 และแมกนีเซียมมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการสะสมความหนาแน่นกระดูกซึ่งกลายเป็นเป้าหมายหลักแทนการสร้างความยาวกระดูก
การนอนหลับส่งผลต่อ GH อย่างไร?
GH หลั่งปริมาณมากที่สุดในช่วง 22:00-02:00 น. ระหว่างการนอนหลับระยะ slow-wave sleep การนอนดึกหรือนอนไม่หลับในช่วงนี้ทำให้ปริมาณ GH ที่ส่งสัญญาณไปยัง Growth Plate ลดลง วัยรุ่นที่นอนหลับน้อยมีระดับ IGF-1 ในเลือดต่ำกว่าวัยรุ่นที่นอนครบ 8-10 ชั่วโมงอย่างสม่ำเสมอ
เด็กควรเสริมสารอาหารอย่างไรในช่วงวัยรุ่น?
เด็กควรเสริมอาหารด้วยอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น นม ชีส โยเกิร์ต อาหารทะเล ผักใบเขียวเข้ม (เช่น บรอกโคลี ใบผักกาด ผักโขม) และถั่วและผลไม้ เช่น อัลมอนด์และส้ม การเสริมอาหารเหล่านี้ช่วยส่งเสริมการพัฒนาของกระดูกและการเจริญเติบโตของความสูงอย่างเหมาะสม
Peak Bone Mass คืออะไรและสำคัญอย่างไร?
Peak Bone Mass คือปริมาณมวลกระดูกสูงสุดที่ร่างกายสะสมได้ในชีวิต โดยถึงจุดสูงสุดราวอายุ 25-30 ปี กระดูกที่สะสมมวลได้มากในช่วงอายุ 13-18 ปีเป็นรากฐานของสุขภาพกระดูกตลอดชีวิต ผู้ที่มี Peak Bone Mass ต่ำในวัยนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าต่อการแตกหักง่ายและโรคกระดูกพรุนในระยะยาว การวางแผนโภชนาการในวัยรุ่นจึงเป็นการลงทุนในสุขภาพกระดูกที่มีผลระยะยาวถึงวัยผู้ใหญ่

Unigrow Optipro – นมผงเสริมคุณค่าทางโภชนาการสำหรับเด็กอายุ 3-18 ปี
Unigrow Optipro ออกแบบสูตรสำหรับความต้องการทางโภชนาการของกระดูกวัยรุ่นในช่วงอายุ 3 -18 ปี โดยรวมระบบสารอาหารที่ทำงานร่วมกันในสูตรเดียว
Calcium Dual System: Aquamin F ผลิตภัณฑ์แคลเซียมอินทรีย์จากธรรมชาติที่สกัดจากสาหร่ายแดง ช่วยเพิ่มความสูงโดยไม่ทำให้ร่างกายร้อนหรือท้องผูก
Bonepep (Pharmafood Japan): โบนเปป (Bonepep) สกัดจากไข่แดงโดยใช้เทคโนโลยีไฮโดรไลซิสด้วยเอนไซม์ ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยบริษัทเภสัชกรรมชั้นนำของญี่ปุ่นอย่างฟาร์มาฟู้ด (Pharma Food)
โบนเปปช่วยยืดกระดูก เพิ่มการสร้างเซลล์กระดูก ส่งเสริมการเผาผลาญของเซลล์สร้างกระดูก และเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเพื่อกระดูกที่แข็งแรงขึ้น ช่วยให้เด็กๆ มีการเจริญเติบโตด้านความสูงที่เหมาะสม
วงจร CPP-D3-K2: OSTEUM® CPP 35% มีส่วนช่วยให้แคลเซียมดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น Vitamin D3 ควบคุมการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ และ Vitamin K2 MK7 (Natto Japan) ทำหน้าที่นำแคลเซียมเข้าสู่กระดูกตามวงจร Calcium-D3-K2
มาตรฐานการรับรอง: ผ่านการรับรองจาก Thai FDA (อย.) และโรงงานผลิตได้รับการรับรองจาก US FDA พร้อมมาตรฐาน GMP และ HACCP
รายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ควรทราบก่อนเลือกซื้อมีดังนี้:
- ราคา: ประมาณ ฿1,200-฿1,400 ต่อกระปุก 400 ก.
- ผสมผง 4 ช้อนตวงกับน้ำอุ่น 200 มิลลิลิตร วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและหลังอาหารเย็น
- จำหน่ายผ่าน Shopee, TikTok Shop
ผลิตภัณฑ์นี้เป็นอาหารเสริม ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ควรกินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
ความสูงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม โภชนาการที่ครบถ้วน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการพักผ่อนที่เพียงพอ
ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ควรอ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร: มีนมวัวและถั่วเหลือง

